เมื่อนํ้าท่วมตีกรอบมา เหลือแต่เพียงใจกลางกรุงเทพฯ ที่รอดพ้นวิกฤติครั้งนี้ แม่โมและเด็ก ๆ ติดภารกิจต้องทำงานไม่อาจจะลี้ภัยไปต่างจังหวัดได้เหมือนเพื่อน ๆ อีกหลายคน ในเดือนนี้แม่โมจึงพาลูกหมูกลับไปเยือนถิ่นเก่า คือย่านบางลำพูที่ผู้คนบางตา แต่ร้านอาหารที่เป็นที่รู้จักดีหลายร้านยังเปิดตามปกติและมีลูกค้าค่อนข้างมาก บางร้านอาจจะปิดเร็วกว่าที่เคยเนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบ
 


          แม่โมเริ่มเดินบางลำพูมากว่า 50 ปีแล้ว จำได้ว่าตอนเล็ก ๆ ได้ติดตามผู้ใหญ่ไปช้อปปิ้งหาซื้อเสื้อผ้า ผ้า และอาหารคาวหวานหลากหลายเหนื่อยตอนไหน หิวตอนไหน ก็แวะกินแวะดื่มได้ตลอดทาง วันนี้เมื่อชวนลูกหมูไปบางลำพู จึงตกลงกันว่าเราไปเดินด้วยหาอะไรกินด้วยนะ ลูกหมูตกปาก รับคำอย่างขันแข็ง

          แท็กซี่ไปส่งเราที่วงเวียนสิบสามห้าง ได้เวลาหิวพอดี แม่โมกับลูกหมูจึงเดินเข้าร้านอาหารมุสลิมอาอีซะฮ์ รสเด็ดบนถนนตานีที่แขวนป้ายเด่นไว้ เราสั่งก๋วยเตี๋ยวแกงเนื้อ และก๋วยเตี๋ยวแกงไก่ที่มีรสชาติดั้งเดิม ชามไม่ใหญ่แต่เต็มอิ่ม ลูกหมูติดใจอยากชิมข้าวหมกไก่ด้วย ข้าวหมกไก่ที่มีขนาดพออิ่ม ปริมาณข้าวไม่มากเกินไปมีความนุ่มไม่สวยมาก และเนื้อไก่ฉํ่าซอสทำให้เนื้อนุ่มอร่อย นํ้าจิ้ม ตัดรสเพิ่มความอร่อยให้รับประทานได้มากขึ้นไม่เลี่ยน

          ออกจากร้านอาอีซะฮ์ รสเด็ด ลูกหมูไปซื้อรองเท้าแตะมาคู่หนึ่งเพราะคู่เก่าลุยนํ้าจนพัง จากนั้นเราเดินตามถนนตานี ไปจนถึงสหกรณ์บางลำพูแล้วเลี้ยวกลับมาทางถนนไกรสีห์ในยามพลบ ร้านรวงปิดไปมากแล้ว เรามาถึงร้านทับทิมกรอบสยามซึ่งเพิ่มแห้วกับมะพร้าวเป็นชิ้น ๆ สำหรับทับทิม-กรอบสยามที่ได้รับการชิมมาจากหลายหน่วยงานแล้ว ลูกหมูกินทับทิมกรอบเพิ่มมะพร้าว แม่โมชิมซ่าหริ่มตัวเล็ก ๆ บาง ๆ สีไม่จัดจ้านคลายเหนื่อย แม้ว่านํ้าดื่มจะเป็นของหายากในยุคนี้ แต่ที่ร้านก็ยังเสิร์ฟนํ้าฟรีในถ้วยโลหะเล็ก ๆ ถือว่าเราได้กินขนมหวานเรียบร้อยแล้วเราก็เดินกลับไปสู่ถนนสิบสามห้างเหมือนเดิม โดยได้ชมเสื้อผ้าสำเร็จรูป ที่มีทั้งขนาดสำหรับคนทั่วไปและบิ๊กไซส์

 

          เมื่อมาถึงสิบสามห้างอีกครั้งหนึ่ง แม่โมกับลูกหมูกำลังคิดกันว่า เราจะกลับกันเลยดีไหม แต่แม่โมก็บอกว่าไหน ๆ เรามาถึงบางลำพูกันแล้วก็น่าจะซื้ออาหารอร่อยไปฝากเจ้าตัวยุ่งด้วย เราจึงเดินเลียบไปบนถนนสิบสามห้างไปบรรจบกับถนนพระสุเมรุอีกครั้ง จึงได้เกี๊ยวปลา ผลไม้ รวมทั้งขนม-ไทยจำพวกข้าวเหนียวสังขยา ฝอยทองติดมือมา ที่หัวมุมสิบสามห้างตัดกับพระสุเมรุนั่นเอง ที่แม่โมกับลูกหมูถูกดึงดูดด้วยปาท่องโก๋ย่าง เราสองคนรี่เข้าไปทันที ปาท่องโก๋ย่างที่นี่อาจจะราดสังขยา หรือนมข้น หรือช็อกโกแลตรวมทั้งปาท่องโก๋ย่างกับไอศกรีม ไอศกรีมนั้นเลือกรสได้ ลูกหมูจึงกระตือรือร้นที่จะชิมไอศกรีมกับปาท่องโก๋ย่าง ถ้าเราคิดว่าเป็นปาท่องโก๋ราคาจานละ 30 บาท อาจจะดูว่าราคาสูง แต่หากเทียบกับราคาไอศกรีมกับวาฟเฟิลแล้ว ก็เป็นราคาท้องตลาดทั่วไป จุดเด่นอยู่ที่ปาท่องโก๋ที่ทอดแล้วอุ่นร้อนด้วยการย่างทำให้ผิวนอกกรอบ ไม่เหนียว ปาท่องโก๋ของร้านหอมไม่มีกลิ่นหืนของนํ้ามัน ไม่มีกลิ่นแอมโมเนียที่ใช้เป็นเชื้อแป้งหมักอย่างที่เจอบ่อยครั้งในปาท่องโก๋สมัยนี้ แม่โมเห็นคำว่า since 1933 อยู่ที่ป้ายประชาสัมพันธ์ข้าง ๆ เคาน์เตอร์ที่ย่างปาท่องโก๋ จึงเดินเข้าไปถามเจ้าของร้านที่เคาน์เตอร์เก็บเงินถึงที่มา เธอจึงเล่าให้ฟังว่าปาท่องโก๋มีกำเนิดมาจากสมัยนั้น ก่อนไทยเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สอง 10 กว่าปี ในสมัยนั้น เตี่ยของเธอทอดปาท่องโก๋ขายอยู่ข้างสะพานเสี้ยว ตรงสนามหลวง ปัจจุบันน่า จะอยู่ใกล้สะพานผ่านพิภพลีลา ก่อนขึ้นสะพานพระปิ่นเกล้าฯ แล้วส่งปาท่องโก๋รอบแถบนี้ทั้งหมด ในใจแม่โมจึงคิดว่ามิน่า...ชิมแล้วต้องยกนิ้วให้ปาท่องโก๋ของร้านปาท่องโก๋นี้จริง ๆ

          กรุงเทพฯ มีอดีตอันยาวนาน ชุมชนที่ได้สั่งสมชื่อเสียงและความถนัดซึ่งเป็นที่ประจักษ์สำหรับคนไทยด้วยกันเองและชาวต่างชาติมาแล้ว แม้กาลเวลาจะผ่านไป มีสิ่งใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่เสน่ห์ที่มีความเฉพาะตัวแบบบางลำพูยังคงอยู่ในใจของผู้คนและจะหวนให้กลับมาหาเสมอ

 
 
 
 
 
Copyright © 2011Tiewroblok.com All Rights Reserved.

ATITTA PUBLICATION

67/79 Moo 7 Phahonyothin Soi 69, Anusawaree, Bangkhen, Bangkok 10220
Tel: 02-972-4266 Fax: 02-972-4264 E-Mail: info@tiewroblok.com