เกิดเป็นนักเขียนทั้งทีแสนลำบาก ต้องหน้าชื่นอกตรมเขียนเรื่องสนุกสนานให้คุณอ่าน ทั้งที่สวนก็จมนํ้าไปแล้ว (เกาะเกร็ด) ตลาดก็จบสิ้น(ชัยนาท) ที่ทำงานก็ถึงเอว (ม.เกษตรศาสตร์) เหลือแต่บ้านที่เจียนอยู่เจียนไป (เชื่อว่าถึงตอนนี้คงไปเรียบร้อยแล้ว) ครั้นปรึกษาปัญหากับ บก. ท่านก็ประกาศิตสั่งงานผ่าน FB “ธรณ์ ส่งต้นฉบับตามเดิมนะยะ” โอ้ ธนาคารยังยืดเวลาชำระหนี้ให้เลย เหตุใด บก.จึงไม่เวทนายืดเวลาส่งต้นฉบับให้บ้าง

          หลังจากชำระกายด้วยนํ้าประปากลิ่นโคลนสาบควาย ผมนั่งอึ้งอยู่หน้าจอพักใหญ่ ก่อนตัดสินใจไม่เขียนเรื่องเที่ยวเมืองนอก เรามาชักชวนให้ไทยเที่ยวไทยดีกว่า สมัยที่ญี่ปุ่นเจอสึนามินํ้าเค็ม คนไทยยังส่งทั้งกำลังใจทั้งช่วยกันไปเที่ยว มาตอนนี้เมืองไทยโดนสึนามินํ้าจืด แล้วเราจะไม่ออกไปช่วยกันเชียวหรือ (จริง ๆ ก็แค่นํ้าท่วมธรรมดา แต่การบริหารจัดการอันเลิศเลอทำให้กลายเป็นสึนามิ อย่างนี้ต้องกด Like…Hell)

          ปัญหาของการเที่ยวคือจังหวัดต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากนํ้าท่วมยังไม่น่า จะฟื้นตัว จะเหลือก็เพียงจังหวัดที่ไมโ่ดน แลว้ เราจะไปชว่ ยทำไมล่ะ ?นั่นแหละครับที่หลายคนเข้าใจผิด เท่าที่ผมสอบถามจากเพื่อนฝูง นํ้าท่วมหนนี้ส่งผลกับการท่องเที่ยวบ้านเราใหญ่หลวงนัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเซย์โนทูไทยแลนด์ กลัวว่านํ้าท่วมจะทำให้เกิดปัญหา ททท.จะหาทางแก้ยังไงก็ไม่สำเร็จเพราะมันเป็นเรื่องจริง จะจัดงานไทยเที่ยวไทยก็ต้องเลื่อนไปเพราะอารมณ์ร่วมไม่มี ผู้ประกอบการที่รีสอร์ตแห้งผากก็โดนลูกหลงไปด้วย ถ้าเป็นผู้ประกอบการที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาบ้างก็ยังพอทนได้ แต่ถ้าเป็นประเภทหน้าใหม่ งานนี้ถึงตายครับ

          เพื่อให้พวกเธอพวกเขาไม่ถึงตาย ผมจึงแนะนำทริปอย่างง่าย เริ่มจากดูลมฟ้าอากาศ ตอนนี้ภาคเหนือหนาวดี เส้นทางที่ผมแนะนำคือถนนหมายเลข 1095 จากเชียงใหม่ไปแม่ฮ่องสอน จังหวัดที่มีป่าไม้เหลืออยู่มากที่สุดของประเทศไทย ถนนพันแปดร้อยโค้งโหดแค่ไหนใครเคยนั่งรถผ่านคงทราบ เราจึงไปแบบไม่เร่งรีบ แวะพักแรมทางไปเรื่อยเหนื่อยก็นอน

          ความสนุกเริ่มทันทีที่ออกจากสามแยกแมม่ าลัย ถนนผ่านทุ่งนาและหมู่บ้านไปใกล้น้ำตกหมอกฟ้าช่วงนั้นมีร้านกาแฟบวกอาหาร เช่น แป้นเกล็ด(บรรยากาศดีแต่อาหารเฉย ๆ) สวนหมอกฟ้า (บรรยากาศเฉย ๆ แต่อาหารอร่อย) จากนั้นถนนเริ่มโยกซ้ายป่ายขวาขึ้นเขา สองข้างทางถ้าไม่ใช่ป่า กับเหวก็เป็นร้านกาแฟ หากแวะจิบทุกร้านรับรองถึงตีห้าตาก็ยังสว่างเป็นนกฮูกบางร้านดูดีมีสไตล์ เช่น Vintage มีหอนาฬิกาแต่ไม่ยักมีข้าวขาย อีกร้านขายข้าวแถมขายหวยชื่อครัวสุพิน เมื่อทั้งขับรถทั้งแวะกินจนเมื่อคุณใกล้แหวะเรามาถึงแหล่งท่องเที่ยวอันดับแรก “โป่งเดือดป่าแป๋” หนึ่งในแหล่ง Geo
Thermal เด็ดสุดของเมืองไทย ให้อารมณ์คล้ายเสี้ยวหนึ่งของโรโตรัว จากนั้นขับรถขึ้นเทือกเขาถนนธงชัยต่อไปจนถึง “ห้วยนํ้าดัง” จุดชมทะเลหมอกเด็ดสุดในย่านนี้ แต่ถ้าไม่มีเวลาแวะค้างคืนดูหมอก ควรขับรถลงหุบเขาปาย(762 โค้ง) ก่อนถึงอำเภอ 3 กิโลเมตรคือ Coffee in Love ร้านกาแฟดังสุดแห่งหนึ่ง ของเมืองไทย กาแฟอร่อยดีแต่ไส้กรอกกับเฟรนช์ฟรายราคาเหลือรับประทาน จากนั้นขอเชิญเลือกที่พักให้เหมาะ บางคนชอบนอนนอกเมืองชมบรรยากาศทุง่ นาและป่าเขา แต่ผมชอบนอนในเมืองมากกว่า ตอนกลางคืนออกมาเดินเล่นบนถนนปาย มี 2 ร้านแนะนำคือร้านขายนํ้าขิงใส่กระบอกไม้ไผ่ อีกร้านคือไอศกรีมดาวินชี่ หากไม่แน่ใจว่ารสไหน ผมเลือกให้ว่าคุณควรชิมรัมเรซิ่น

 
 


          จากปายไปปางมะผ้าระยะทางไม่ถึง 60 กิโลเมตร แต่ถนนคดเคี้ยวเลี้ยวแหลก ระหว่างทางมีจุดชมวิวดอยกิ่วลม (โค้งที่ 968 ระวังคุ่นกัด) ปาง-มะผ้าเป็นอำเภอเล็กหากเทียบกับปาย มีร้านกาแฟกับร้านอาหารอยู่นิดหน่อย แต่มีภูผาและเถื่อนถํ้าเด็ดสุดของไทย ถํ้าที่คุณควรไปชื่อ “ถํ้านํ้าลอด”ค่าไกด์ 150
บาท ค่าแพ 400 บาท (ต้องลากสวนนํ้าด้วยเลยแพง) คุณได้เที่ยว 3 ถํ้ารวด เริ่มจากนั่งแพไม้ไผ่ลอดถํ้าเข้าไปชม “ถํ้าเสาหิน” ล่องแพช่วงที่สองต่อไป “ถ้ำตุ๊กตา” ชมหินงอกหินย้อยเหนือเวิ้งผาเพดานใหญ่ก่อนล่องแพช่วงสุดท้ายไปที่ทางออกเพื่อชม “ถํ้าผีแมน” ทั้งทริปใช้เวลารวมกัน 1.5-2 ชั่วโมง ก่อน
ขึ้นรถกลับลองดูร้านแบกะดินขายลูกข่าง คนทำช่างคิดประดิดประดอยได้งามแท้ แถมยังจดลิขสิทธิ์แล้ว แม้จะแพงหน่อยแต่ลูกผมซื้อมาเล่นแล้วชอบจัง

          จากปางมะผ้าข้ามภูเขาอีกหลายลูก มีจุดแวะชมวิวที่ “บ้านลุก-ข้าวหลาม” (โค้งที่ 1,548) แนะนำให้หม่ำข้าวโพดปิ้งเสร็จแล้วพุ่งฉิวไปหาแม่ฮ่องสอน ก่อนถึงเมือง 16 กิโลเมตรคือ “ถํ้าปลา” จอดรถแล้วเดินสบายเข้าไป 350 เมตร เจอแอ่งนํ้าใสพร้อมฝูงปลาพลวงหิน (ปลามุง) หากอยากให้อาหารปลาต้องโปรยซากจักจั่นจะเด็ดสุด เลยจากถํ้าปลาไปนิดเป็นถนนแยกไปนํ้าตกผาเสื่อ ในนั้นมีแหล่งเที่ยว เช่น ภูโคลน (โคลนจากบ่อนํ้าแร่พอกหน้า-แช่เท้าในอ่างน้ำแร่ 15 นาที) แต่ถ้าให้เด็ดต้อง “น้ำตกผาเสื่อ” อยู่ใกล้ถนนชนิดจอดรถชะเง้อคอก็มองเห็น แถมยังสวยเฉียบให้บรรยากาศยอดเยี่ยมในยามเย็น (ผมไปช่วงปลายฝนต้นหนาว นํ้าเยอะมาก) ดูนํ้าตกแล้วขับรถผ่านพระตำหนักปางตองไปถึงจุดจอดรถไป “ปางอุ๋ง ” เราต้องนั่งรถชาวบ้านขึ้นเขา (เหมาคัน 500 บาท) รับประกันว่าวิวอ่างเก็บน้ำกับฝูงหงส์ตอนตะวันลับฟ้าเชือดเฉือนใจ หากใครมีเวลาให้ขึ้นไปนอนรอชมสายหมอกเรี่ยนํ้าในยามเช้า

          มาถึงแม่ฮ่องสอน ตอนเช้าต้องไปตลาดสายหยุด ตอนคํ่าลองไปถนนคนเดินสู่วัดจองคำ ซื้อของที่ระลึกสุดเก๋เช่น เสื้อยืดร้านป่ะด่อง ขึ้นเขากราบพระธาตุดอยกองมู (อย่าลืมจิบกาแฟชมวิวงามแท้ที่ริมลานจอดรถ) ขับรถอึดถึกไปใหถึ้งอำเภอขุนยวม (ขาหมูร้านครัวปีกไม้) ก่อนเลี้ยวไปสู่ดอยแม่อูคำเพื่อชมทุ่งดอกบัวตองเหลืองอร่ามทั้งขุนเขา (สวยกว่าที่คุณคิด) ก่อนตะลุยไปให้ถึงนํ้าตกสูงที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย “นํ้าตกแม่สุรินทร์”

          บทสรุปแบบตรงใจ เส้นทางสายนี้ไม่ใช่ถนนสวยที่สุดเท่าที่ผมขับรถเที่ยว แต่ถ้านับเฉพาะในเมืองไทย 1095 ใช่เลย! และถ้านับความคุ้มค่า แบบบาทต่อบาท กิโลเมตรต่อกิโลเมตร ทอดตาทั่วโลกหล้า 1095 ยิ่งใช่ จึงอยากบอกกล่าวกันไว้ หนาวนี้เส้นทาง 1,864 โค้งรออยู่ครับ

 
 
 
 
Copyright © 2011Tiewroblok.com All Rights Reserved.

ATITTA PUBLICATION

67/79 Moo 7 Phahonyothin Soi 69, Anusawaree, Bangkhen, Bangkok 10220
Tel: 02-972-4266 Fax: 02-972-4264 E-Mail: info@tiewroblok.com